CLEAR-CM: ก้าวจากการรับมือเฉพาะหน้า สู่แผน PM2.5 ระยะยาวของเชียงใหม่

CLEAR-CM: Moving Chiang Mai to Sustainable PM2.5 Planning

ที่มาและความสำคัญ

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่เป็นปัญหาสาธารณะที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงหลายมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เศรษฐกิจ การใช้ประโยชน์ที่ดิน และวิถีชีวิตของประชาชน ผู้เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่มจึงมีมุมมอง ความต้องการ และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ที่ผ่านมา การจัดการปัญหามักเน้นการรับมือเฉพาะหน้าในช่วงวิกฤตและการสั่งการจากส่วนกลางสู่พื้นที่ จังหวัดจึงยังขาดทิศทางระยะยาวที่ทุกภาคส่วนยึดถือร่วมกัน

โครงการวิจัยเพื่อพัฒนาแผนแก้ไขและรับมือปัญหา PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ หรือ CLEAR-CM (Comprehensive Local Environmental Action and Response for Chiang Mai) โดย ผศ.ดร.อรอร ภู่เจริญ สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหัวหน้าโครงการ ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ดำเนินการในปี พ.ศ. 2568–2569 โครงการมุ่งพัฒนา กระบวนการจัดทำแผนแบบมีส่วนร่วม (Participatory Planning) ซึ่งเปิดให้ผู้เกี่ยวข้องร่วมคิดและร่วมกำหนดทิศทางตั้งแต่ต้น เพื่อเชื่อมข้อเสนอจากระดับพื้นที่สู่แผนระดับจังหวัดบนฐานข้อมูลเดียวกัน การดำเนินงานเป็นความร่วมมือกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ (ทสจ.) และภาคีจากภาครัฐ ท้องถิ่น ชุมชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม โครงการทำหน้าที่เป็น ตัวกลางทางวิชาการ ที่ออกแบบกระบวนการ จัดเตรียมข้อมูล และสังเคราะห์ความเห็นจากทุกภาคส่วนให้เป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย

กระบวนการทำงาน: จากข้อมูลพื้นที่สู่ข้อเสนอเชิงนโยบาย

เริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาอย่างรอบด้าน ทั้งการวิจัยเชิงเอกสารที่ศึกษากฎหมาย นโยบาย และแผนงานภาครัฐด้าน PM2.5 และด้านป่าไม้ย้อนหลัง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ และการลงพื้นที่ศึกษาเชิงลึกในประเด็นเฉพาะ เช่น ป่าชุมชน การจัดการไฟและสิทธิที่ดินทำกินในป่าอนุรักษ์-ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น  ตลอดโครงการยังมีการปรึกษาหารือวงเล็กกับผู้เชี่ยวชาญและภาคีเครือข่ายเป็นระยะ เพื่อเติมข้อมูลและพัฒนาเครื่องมือ ก่อนนำไปใช้ในเวทีใหญ่ที่ออกแบบร่วมกับ ทสจ.เชียงใหม่ โดยใช้กรอบคิด 4P (People–Problem–Place-Based Policy Design) ผสานหลักการ foresight, design, systems และ critical thinking ชวนผู้เกี่ยวข้องคิดร่วมกันอย่างเป็นระบบ กระบวนการนี้ไม่เริ่มจากมาตรการสำเร็จรูป แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจผู้คน ปัญหา และพื้นที่ แล้วจึงนำไปสู่การออกแบบทางเลือกเชิงนโยบาย

  • People – ทำความเข้าใจผู้คน: ใช้เครื่องมือ Persona หรือภาพตัวแทนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเรียนรู้มุมมอง ความหวัง และความกังวลของแต่ละกลุ่ม
  • Problem – จำแนกปัญหา: ร่วมหารือและโหวต “ไฟ 30 ประเภทของเชียงใหม่” เพื่อจำแนกว่าไฟประเภทใดควรคงอยู่ภายใต้เงื่อนไข ประเภทใดควรลดลง และประเภทใดควรยุติ ขั้นนี้เป็นจุดตั้งต้นของการสร้างฉันทามติ (ข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน) เรื่อง “ไฟจำเป็น” 
  • Place – วิเคราะห์เชิงพื้นที่: ใช้แผนที่แสดงพื้นที่เผาไหม้ย้อนหลังเป็นฐานเชิงวิทยาศาสตร์ในการหารือ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระบุพื้นที่เสี่ยง วิเคราะห์สาเหตุของการเผาซ้ำซาก เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และกำหนดมาตรการ/ทางเลือกการพัฒนาเชิงนโยบายลงบนพื้นที่จริง
  • Policy Design – ออกแบบทางเลือกการพัฒนาเชิงนโยบาย: รวบรวมแนวปฏิบัติที่ดีจากพื้นที่ต่าง ๆ ในเชียงใหม่เป็นชุดทางเลือก ภายใต้หลัก “Inspire, not Install” คือใช้เป็นแรงบันดาลใจแล้วปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละพื้นที่

หัวใจของกระบวนการคือเวทีปรึกษาหารือหลัก 6 ครั้ง ระหว่างเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน 2568 เวทีเหล่านี้เริ่มจากวงผู้เชี่ยวชาญและภาคีสำคัญของเชียงใหม่ จากนั้นลงสู่เป้าหมาย อปท. 129 แห่ง ในพื้นที่ติดป่า 126 ตำบล แล้วขยายการรับรู้สู่ อปท. ทั่วจังหวัด และปิดท้ายด้วยเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน ข้อเสนอจากพื้นที่ถูกสังเคราะห์เป็นเป้าหมาย ตัวชี้วัด และกรอบยุทธศาสตร์ระดับจังหวัดขณะเดียวกัน ท้องถิ่นยังมีข้อมูลและชุดความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นที่ของตนเก็บไว้เป็นทุนสำหรับพัฒนาแผนต่อไป

ผลผลิต (Outputs)

ผลสำคัญของกระบวนการคือ กรอบยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปี จำนวน 6 ด้าน สำหรับการจัดการปัญหา PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ 1) การบริหารพื้นที่เผาไหม้ในป่าโดยท้องถิ่นและชุมชน 2) การจัดการที่ดินและป่าไม้ของชุมชน 3) การลดมลพิษจากการใช้ไฟในพื้นที่เกษตรกรรม 4) การพัฒนาเมืองคาร์บอนต่ำ 5) สุขภาพและการคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และ 6) การขับเคลื่อนแผน การอำนวยความสะดวก และการมีส่วนร่วมของสังคม

ควบคู่กันนั้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมกำหนดให้ พื้นที่เผาไหม้ (Burn Scar) เป็นตัวชี้วัดหลักของจังหวัด โดยตั้งเป้าหมายการบริหารพื้นที่เผาไหม้ไว้ที่ 400,000–700,000 ไร่ต่อปี ตามความแปรผันของสภาพอากาศในปีชื้นและปีแล้ง ตัวชี้วัดนี้สะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่ และใช้ติดตามประเมินผลได้ชัดเจนกว่าค่าฝุ่นหรือจุดความร้อน ซึ่งแปรผันตามปัจจัยแวดล้อมหลายด้าน นอกจากนี้ โครงการยังจัดทำข้อมูลและแผนที่ระดับตำบลให้ท้องถิ่นใช้ประกอบการจัดทำแผน และพัฒนา คู่มือ 4P Playbook ร่วมกับ Punch Up เพื่อถ่ายทอดกระบวนการให้ท้องที่ ท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องนำไปปรับใช้ได้ด้วยตนเอง

ผลลัพธ์และผลกระทบ (Outcomes & Impact)

ผลงานของโครงการได้รับการนำไปใช้ในระดับนโยบายอย่างเป็นทางการ ทสจ.เชียงใหม่ นำกรอบยุทธศาสตร์และเป้าหมายการบริหารพื้นที่เผาไหม้ไปใช้เป็นฐานจัดทำ แผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษในเขตควบคุมมลพิษ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2569–2571 ซึ่งจังหวัดประกาศใช้เป็นกลไกและทิศทางหลักในการรับมือ PM2.5 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 จังหวัดยังได้จัดตั้ง ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลและติดตามประเมินแผนยุทธศาสตร์และมาตรการ โดยมีฝ่ายวิชาการและภาคประชาสังคมเป็นแกนหลัก ซึ่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอร ภู่เจริญ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

ศูนย์นี้ใช้ข้อมูลและข้อค้นพบจากโครงการสังเคราะห์เป็นข้อเสนอเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่

ในระยะยาว ผลลัพธ์เหล่านี้มุ่งให้การจัดการปัญหา PM2.5 ของจังหวัดเปลี่ยนผ่านจากการรับมือเฉพาะหน้า สู่การวางแผนระยะยาวที่มีเป้าหมาย ตัวชี้วัด และระบบติดตามประเมินผลรองรับ แผนระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่นเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ และหน่วยงานต่าง ๆ มีกรอบอ้างอิงร่วมกันในการประสานความร่วมมือ ทั้งนี้ เชียงใหม่นับเป็นจังหวัดต้นแบบแห่งแรกของประเทศในการพัฒนาแผนรับมือ PM2.5 ระยะ 5 ปี ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมบนฐานข้อมูลเชิงพื้นที่

ก้าวต่อไป: CLEAR ระยะที่ 2 และ CLEAR – North

ผลจากระยะที่ 1 นำไปสู่โครงการวิจัย “CLEAR: การพัฒนาและขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการอากาศสะอาดระดับพื้นที่อย่างบูรณาการ” ระยะที่ 2 ซึ่งมุ่งนำกรอบยุทธศาสตร์ของเชียงใหม่ไปสู่การปฏิบัติจริง ผ่านแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนและระบบติดตามประเมินผลที่เข้มแข็งขึ้น พร้อมขยายกระบวนการวางแผนไปยังจังหวัดลำพูน ซึ่งอยู่ในแอ่งอากาศ (Airshed) เดียวกัน หมายถึงพื้นที่ที่ใช้อากาศและรับมลพิษร่วมกัน

ในระดับภูมิภาค โครงการ “การวิจัยเชิงปฏิบัติการด้านอากาศสะอาดเพื่อบูรณาการแผนลด PM2.5 ระดับจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย” (CLEAR – North) เชื่อมการเรียนรู้ระหว่าง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบน เพื่อให้แต่ละจังหวัดนำข้อมูลและงานวิจัยไปพัฒนาแผนลด PM2.5 ที่เหมาะกับบริบทของตน โดยมีประสบการณ์จากเชียงใหม่เป็นต้นแบบสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้

ช่องทางการติดต่อ -> Email: admin@clear-project.com

Partners

SDGs Impact