เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (SPP-CMU) ร่วมทำงานกับ คณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร, JET in Thailand และ Lanner ในกิจกรรม “Youth Power” ภายใต้การสัมมนา “Mae Moh Youth Development: พัฒนาศักยภาพเยาวชนอำเภอแม่เมาะ เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม” ณ หอประชุมเตโชวัฒนา โรงเรียนแม่เมาะวิทยา อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียนและเยาวชนในการกำหนดอนาคตของอำเภอแม่เมาะ ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ
กิจกรรมครั้งนี้มีเยาวชน 409 คน จากเครือข่าย 5 โรงเรียนรอบโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ได้แก่ โรงเรียนแม่เมาะวิทยา โรงเรียนสบจางวิทยา โรงเรียนเสด็จวนชยางกูล โรงเรียนเมืองมายวิทยา และโรงเรียนประชาราช เข้าร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยนเรื่องพลังงาน โดยเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน อาชีพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต และอนาคตของชุมชน
 
กระบวนการ Youth Power ถูกออกแบบให้เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับข้อมูลเกี่ยวกับพลังงาน แต่ได้เริ่มต้นจากการมอง ตำแหน่งของตนเองภายใต้ความเปลี่ยนแปลง สำรวจว่าตนมีทรัพยากร ทางเลือก ความยืดหยุ่น หรืออำนาจมากน้อยเพียงใดในการรับมือกับการเปลี่ยนผ่าน ก่อนขยับไปสู่การเรียนรู้เชิงระบบ การตั้งคำถามต่อความเป็นธรรม และการจินตนาการถึงอนาคตของแม่เมาะในอีก 20–30 ปีข้างหน้า
ช่วงหนึ่งของกิจกรรมใช้ interactive quiz เพื่อชวนสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างพลังงาน ค่าไฟ การจ้างงาน โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และความเป็นธรรม โดยไม่ได้ใช้คำตอบ “ถูก–ผิด” เป็นเครื่องตัดสินความรู้ของผู้เข้าร่วม แต่ใช้ความแตกต่างของคำตอบเป็นจุดเริ่มต้นของการอธิบาย แลกเปลี่ยน และทำความเข้าใจระบบพลังงานร่วมกัน
เมื่อกระบวนการขยับเข้าสู่การมองอนาคต เยาวชนถูกชวนให้ตั้งคำถามว่า หากการเปลี่ยนผ่านพลังงานของแม่เมาะ “ไปผิดทาง” สิ่งใดอาจเกิดขึ้นกับชีวิตของคนและพื้นที่
เสียงที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องโรงไฟฟ้าหรือการหมดไปของถ่านหิน แต่ขยายไปถึง การตกงาน การย้ายถิ่น เศรษฐกิจของพื้นที่ สิ่งแวดล้อม การศึกษา และโอกาสของคนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกัน ภาพอนาคตที่อยากเห็นก็เชื่อมโยงพลังงานสะอาดเข้ากับอาชีพ รายได้ เมืองที่น่าอยู่ การพัฒนาทักษะ และโอกาสที่จะยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเกิดของตนเองได้
คำถามในช่วงท้ายจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจาก
“เราอยากเห็นอนาคตแบบไหน?”
ไปสู่
“ใครควรมีสิทธิ์ร่วมตัดสินใจอนาคตนั้น?”
จากกระบวนการ มีเสียงของเยาวชนที่สะท้อนความต้องการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ร่วมวางแผน และร่วมตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต อาชีพ การศึกษา พลังงาน สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของพวกเขาเอง
ก่อนจบกิจกรรม ผู้เข้าร่วมถูกชวนกลับมามองภาพการวางตำแหน่งของตนเองจากช่วงต้นวันอีกครั้ง เพื่อเชื่อมประสบการณ์ทั้งหมดกลับมาสู่แนวคิด Just Energy Transition – การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรม
การเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องอยู่ตรงกลาง แต่ต้องไม่ผลักคนที่มีทรัพยากร ทางเลือก หรืออำนาจน้อยกว่าอยู่แล้ว ให้ออกไปไกลกว่าเดิม
สำหรับ SPP กระบวนการครั้งนี้สะท้อนการเชื่อม Public Policy, Foresight และ Participatory Design เข้ากับชีวิตจริงของผู้คน โดยใช้การมองอนาคตไม่ใช่เพื่อทำนายว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่ต้องอยู่กับผลของการตัดสินใจในวันข้างหน้า ได้มีส่วนตั้งคำถาม จินตนาการทางเลือก และส่งเสียงต่อการตัดสินใจในวันนี้
เสียงจาก Youth Power จึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงผลลัพธ์ของกิจกรรมหนึ่งวัน แต่เป็นข้อมูลที่สามารถนำไปเชื่อมต่อกับการทำงานด้าน ฉากทัศน์พลังงาน การรับฟังความคิดเห็นต่อ PDP2026 และกระบวนการด้านพลังงานในระยะต่อไป
ภายใต้แนวคิด
From Voice Collection to Voice Accountability
จากการเก็บเสียง สู่ความรับผิดชอบต่อเสียง
เพราะการรับฟังไม่ควรจบลงเพียงเมื่อเวทีสิ้นสุด แต่ต้องนำไปสู่คำถามต่อว่า เสียงเหล่านั้นเดินทางไปไหน ถูกนำไปพิจารณาอย่างไร และอนาคตที่เรากำลังออกแบบยังรับผิดชอบต่อคนรุ่นที่จะต้องอยู่กับมันหรือไม่