5 ปีแล้วที่ Chiang Mai City Lab ทำหน้าที่เป็น Platformในการเชื่อมนวัตกรรมกับการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ภายใต้สโลแกน “When innovation meets the city” โดยการคัดเลือกนวัตกรรมที่มุ่งตอบโจทย์วิถีชีวิตในเมือง (civic innovation) ไปทดลองใช้ในการยกระดับการพัฒนาเมืองจริง

SPP โดยการสนับสนุนจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้รับความร่วมมือจากเทศบาลนครเชียงใหม่ และเทศบาลเมืองโดยรอบในการเปิดพื้นที่สำหรับการนำนวัตกรรมไปสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่

ในปีที่ 5 นี้ เราได้ขับเคลื่อนให้เกิดการทดลอง 6 นวัตกรรมเชิงนโยบายที่สำคัญ

1) ที่นั่งอัจฉริยะแบ่งปันพลังงานสะอาด (Solar Share Smart Chair) ซี่งมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเก็บพลังงานจากแสงอาทิตย์ และนำพลังงานสะอาดดังกล่าวมาใช้ในการให้บริการแก่ประชาชน เช่น การชาร์จโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ต การเปิดไฟส่องสว่างแบบอัตโนมัติในเวลากลางคืน รวมถึงการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่นั้น ๆ

2) สนามเด็กเล่นที่นับรวมและชาญฉลาด (Inclusive Smart Co-Playground) ซึ่งมุ่งเน้นให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ให้ประโยชน์ได้กับคนทุกกลุ่มและทุกช่วงวัย รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดด้านร่างกาย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นหลัก ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของการล้มและบาดเจ็บ เช่น แผ่นยางดูดซับแรงกระแทก พื้นหญ้าเทียมหนาพิเศษ และพื้นสีกันลื่น นอกจากนี้ยังมีการออกแบบผสมผสานเกมส์การละเล่นในหลายรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะในด้านความฉลาดทางปัญญา ความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางด้านความคิดสร้างสรรค์ และความฉลาดทางด้านสังคม อย่างเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่นและลดการพึ่งพาหน้าจอลง

3) การคืนพื้นที่เดินฟุตบาทให้เมืองด้วยการปูพื้นรอบต้นไม้ด้วยยางมะตอยรูพรุนให้สามารถเดินได้เต็มก้าว (Walkable city) ซึ่งตอบโจทย์ปัญหาทางเท้ารอบคูเมืองเชียงใหม่ที่มีความกว้างไม่เพียงพอ  มีปัญหาพื้นผิวทางเดินขรุขระ มีน้ำขัง และมีการทิ้งขยะบริเวณโคนต้นไม้ที่มีหญ้าขึ้น ทำให้สูญเสียพื้นที่ทางเดินเท้า อีกทั้งไม่เอื้อให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใช้รถเข็นเข้าไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทางเท้าได้ ทั้งนี้ ด้วยนวัตกรรมนี้ทำให้ทางเดินเรียบเสมอกัน เกิดความสวยงาม และปลอดภัย โดยไม่กระทบกับรากไม้เดิม รวมทั้งช่วยสร้างทัศนียภาพความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้เกิดความสวยงามแก่เมือง และยังช่วยยืดอายุการใช้งานของพื้นผิวได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี

4) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการจำลองสถานการณ์สำหรับวางแผนทางน้ำและพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ซึ่งนำมาใช้ในการคาดการณ์ระดับน้ำท่วม ปริมาณน้ำฝน การระบายน้ำ และผลกระทบต่อครัวเรือนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างใกล้เคียงความเป็นจริงในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเตรียมการอพยพได้อย่างทันท่วงทีโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม อีกทั้งช่วยสร้างฐานข้อมูลด้านภูมิสารสนเทศที่ครบถ้วนทั้งสิ่งปลูกสร้าง อาคาร โรงเรียน โรงพยาบาล รวมถึงการระบุข้อมูลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ป่วยติดเตียง

5) การตั้งกองทุนตั้งหลักเพื่อคนไร้บ้านผ่านแพลตฟอร์ม Crowdfunding ซึ่งเป็นการระดมทุนสำหรับนำมาใช้ในการสร้างหลักประกันทางสังคมและเสริมพลังให้กับผู้ด้อยโอกาสจากการขาดความมั่นคงทางด้านที่อยู่อาศัย

6) ห้องน้ำสาธารณะจากไม้ไผ่แม่แจ่มที่ปลูกแทนข้าวโพดเพื่อลดฝุ่นควัน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากความพยายามในการแก้ปัญหา PM 2.5 ที่มีต้นตอสำคัญมาจากการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร โดยการปลูกไม้ไผ่ทดแทนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นับเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกสำคัญ แต่เมืองต้องเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วยการรองรับผลิตภัณฑ์ปลอดฝุ่นจากพื้นที่ดอยตามแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งการเปิดรับห้องน้ำสาธารณะจากไม้ไผ่แม่แจ่มของเทศบาลในเมืองเป็นหนึ่งในจุดตั้งต้นที่มีความหมาย

ทั้งนี้ ในภาพรวมการก้าวสู่ 5 ปีทำให้ City Lab มีส่วนสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเมืองเชียงใหม่ด้วยนวัตกรรมอย่างหลากหลายเพื่อสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างเป็นธรรม โดยเราได้มีส่วนผลักดันให้การพัฒนาเมืองนวัตกรรมกลายมาเป็นนโยบายหลักของเมือง ได้สร้างคลังนวัตกรรมที่มีความพร้อมในการขยายผลกว่า 30 ชิ้น ได้พัฒนาชุดประสบการณ์การจัดทำ Policy Lab และ Policy experimentation และได้ก่อให้เกิดรูปธรรมของการนำผลงานนวัตกรรมไปใช้จริง 25 ชิ้น ซึ่งมีอย่างน้อย 5 ผลงานถูกนำไปต่อยอดและก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุนเพิ่มกว่าราว 42.5 ล้านบาท


Our experimentation journey over the past half-decade!

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/Chiangmaicitylab