Ecosystem Social Lab
SPP ร่วมกับกองยุทธศาสตร์การพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มุ่งศึกษาสถานภาพและแนวทางการยกระดับระบบนิเวศของการเสริมสร้างพลังทางสังคม โดยทำความเข้าใจการเสริมสร้างพลังทางสังคมทั้งในเชิงพื้นที่ (Area-Based) และในเชิงประเด็น (Issue-Based) ด้วยการอาศัยกรอบแนวคิด 4Ps ที่ผสานมุมมองเชิงระบบนิเวศ (Ecosystem) ซึ่งให้ความสำคัญต่อการเชื่อมร้อยบทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด รวมถึงเชื่อมโยงปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเชื่อมกับองค์ประกอบห่วงโซ่คุณค่าของประเทศไทยภายใต้แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นพลังทางสังคม

ทั้งนี้ นอกจากจะมุ่งหาช่องว่างของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศดังกล่าว ยังเน้นสร้างข้อเสนอแนะต่อการเสริมสร้างพลังทางสังคมให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนทุกกลุ่ม โดยอาศัยการจัดทำห้องปฏิบัติการทางสังคม (Social Lab)ในระดับพื้นที่ (เชียงใหม่โมเดล) สำหรับระดมความเห็นเกี่ยวกับรูปแบบ/เครื่องมือ/พื้นที่กลาง (Platform) ที่จะบูรณาการความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนิเวศให้เกิดพลังทางสังคมที่สามารถขับเคลื่อนและเชื่อมโยงประเด็นการพัฒนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงระดับนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วหรือวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นของโลก
ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาในการจัดห้องปฏิบัติการทางสังคมเพื่อระดมความเห็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสังเคราะห์รูปแบบ/เครื่องมือ/พื้นที่กลางสำหรับเสริมสร้างพลังทางสังคมที่มีประสิทธิภาพ และทำการถอดบทเรียนกรณีศึกษาพลังทางสังคมเชิงลึก: “เชียงใหม่โมเดล” (Chiang Mai Model) ซึ่งเป็นเครือข่ายพลังทางสังคมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงของ 4 เครือข่ายสำคัญ ประกอบด้วย (1) สมัชชาสุขภาพจังหวัดเชียงใหม่ (2) สภาลมหายใจเชียงใหม่ (3) สมาคมยางนา-ขี้เหล็กสยาม และ (4) สภาพลเมืองเชียงใหม่ เพื่อนำไปสู่การสร้างข้อเสนอแนะชุดนโยบายหรือมาตรการที่จำเป็นต่อการยกระดับการขับเคลื่อนในพื้นที่ โดยเวทีหรือห้องปฏิบัติการทางสังคมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วม จำนวนทั้งสิ้น 124 คน ประกอบด้วย ภาคประชาสังคมและชุมชน 68 คน ภาครัฐ 17 คน ภาคเอกชน 18 คน และภาคการศึกษา 21 คน

ผลจากการจัดห้องปฏิบัติการทางสังคมนอกจากจะมีผลการถอดบทเรียนการเสริมสร้างพลังทางสังคมเชียงใหม่โมเดลแล้ว อีกหนึ่งก้าวสำคัญ คือ การจัดห้องปฏิบัติการทางสังคมในเวลานั้นยังกลายเป็นสารตั้งต้นสำคัญที่ทำให้เกิดกลไกพลังทางสังคมใหม่ กล่าวคือ สภาอาหารเพื่อสุขภาพเชียงใหม่ (Chiang Mai Healthy Food Council – CMHFC) ซึ่งในเวลาต่อมาได้สร้างแรงขับเคลื่อนและแรงบันบันดาลใจในวงกว้าง
Journey map: Co-creating urban policy towards spiral development!

