Mental Well-being
SPP ร่วมกับสถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิต (Thailand Institute For Mental Health Sustainability: TIMS) มุ่งพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย เรื่อง “การสั่งจ่ายกิจกรรมทางสังคม (Social Prescribing)” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงนโยบายด้านสุขภาพจิต (Policy Innovation) ที่ใช้ในกว่า 31 ประเทศทั่วโลก ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการตระหนักว่าปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดสุขภาพจิตและสุขภาพกายของผู้คน (social determinants of health) ซึ่งเมื่อบุคคล ๆ หนึ่งเผชิญภาวะทางสุขภาพจากปัจจัยเหล่านี้จึงไม่สามารถถูกจัดการหรือรักษาได้โดยการจ่ายยาหรือการรักษาทางการแพทย์เท่านั้น ดังนั้น แนวทางนี้จึงมุ่งเน้นพัฒนาสุขภาวะของบุคคลที่ไปไกลกว่าเฉพาะกลไกการรักษาทางคลินิก (non-clinical interventions) หรือใช้ควบคู่ไปกับการรักษาทางคลินิกได้เช่นกัน ทว่า มุ่งเน้นที่การเชื่อมโยงบุคคลกับกิจกรรมทางสังคม ศิลปะ ธรรมชาติ หรือกิจกรรมและบริการทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ธุรกิจเพื่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกและบริการที่จัดโดยภาคประชาสังคมและชุมชน ที่จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการทางอารมณ์ สังคม และคุณภาพชีวิตของบุคคลนั้นๆ อาทิ การเผชิญความรู้สึกแปลกแยก, ความอ้างว้างโดดเดี่ยว, ความกังวลด้านเศรษฐกิจ, ความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัยของบุคคลนั้นได้ เพื่อที่พวกเขาจะได้มีเพื่อนในการพูดคุย มีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม มีเป้าหมายในชีวิต จัดการความมั่นคงทางที่อยู่อาศัยและการเงินได้ดีขึ้น และมีความหวังต่ออนาคตของพวกเขามากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้มิใช่ยาวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค กล่าวคือ ต้องมีการจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างที่เป็นรากฐานของปัญหาสุขภาพจิตของผู้คนไปพร้อมกัน

โครงการนี้ใช้แนวคิดระบบนิเวศนโยบาย (Policy Ecosystem)ในการวิเคราะห์จากต้นแบบของการดำเนินการ Social Prescribing นี้ในอังกฤษ และวิเคราะห์ระบบนิเวศนโยบายด้านสุขภาพจิตของไทยและในระดับเมือง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับเตรียมความพร้อมให้องค์ประกอบด้านต่าง ๆ ภายในระบบนิเวศของการดำเนินการเรื่องนี้มีความเข้มแข็ง


ผลการศึกษาและข้อเสนอเชิงนโยบายเรื่อง Social Prescribing ถูกนำไปใช้โดยคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาหาแนวทางการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพจิตของประชาชนทุกช่วงวัย ภายใต้คณะกรรมาธิการสาธารณสุขสภาผู้แทนราษฎร (ปี พ.ศ. 2568) เพื่อออกแบบแนวทางใหม่ในการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพจิตของไทย นอกจากนี้ สถาบันวิชาการเพื่อความยั่งยืนทางสุขภาพจิตได้นำไปจัดทำเป็น policy brief เพื่อมอบให้ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเผยแพร่สู่สาธารณะและเตรียมพัฒนาโมเดลสำหรับทดลองใช้ในพื้นที่ทดลองในระยะต่อไป
